Posted on

ทำไมเจ้าของบ้านจึงต้องอ่าน “รีวิว” ก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่าน

“จะซื้อผ้าม่านทั้งทีอย่าลืมดูรีวิวล่ะ” เชื่อว่าเจ้าของบ้านหลายคนก่อนที่จะทำการเลือกซื้อผ้าม่านสิ่งจำเป็นในบ้านได้นั้นต้องมีคนทักเสมอว่าให้ดูรีวิวก่อนซื้อ อย่าลืมเชียวล่ะ จนบางครั้งอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมต้องมานั่งดูรีวิวก่อนซื้อด้วย ซื้อเลยปุบปับจะได้ได้รับของ ติดตั้งไว ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ซึ่งในบทความนี้จะมาเปิดคำตอบ ทำไมเจ้าของบ้านจึงต้องอ่าน “รีวิว” ก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านกันด้วย

  1. ได้อ่านความเห็นจริงจากลูกค้าคนก่อน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะได้เมื่ออ่านรีวิวผ้าม่านของร้านค้านั้น ๆ เลยก็คือได้อ่านความเห็นจริง ๆ จากลูกค้าคนก่อนที่ได้ซื้อไป ว่าหลังจากที่ได้ซื้อผ้าม่านไปแล้วสินค้าเป็นอย่างไร เหมือนได้ประสบการณ์จริงจากคนอื่นก่อน มาช่วยเราตัดสินได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะลูกค้าบางคนจะรีวิวตั้งแต่พูดคุยกับร้าน ไปจนถึงการส่งของ การติดตั้งช้าเร็วอีกด้วย

  1. ได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสียของผ้าม่าน

บางครั้งการมองเห็นแค่ตาเฉย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร การอ่านรีวิวจะช่วยให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวผ้าม่านแต่ละประเภท แบบนี้บางเหมาะกับบ้านที่ต้องการไอแดดจาง ๆ หรือแบบนี้มีการใช้ชักรอกดึงเปิด/ปิดง่ายแต่ข้อเสียเอาออกมาซักทำความสะอาดยาก เป็นต้น ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ดี มีคุณภาพ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรา

การอ่านรีวิวอย่างที่บอกจะได้รับความเห็นจริงจากลูกค้าหลาย ๆ คนที่ซื้อผ้าม่านไปใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้เราเชื่อถือร้านได้ว่าจะส่งของจริง ๆ หรือถ้ารีวิวผ้าม่านดี สวยเราก็จะเพิ่มความมั่นใจไปอีกว่าจะได้รับผ้าม่านที่ดี สวยถูกใจ มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอก ถูกโกง รวมทั้งได้รู้ถึงช่างที่มาติดตั้งให้ด้วยว่าทำงานดีหรือไม่แน่นอน

  1. ได้รู้ข้อมูลผ้าม่านครบถ้วน

บางครั้งเราตัดสินใจจะเลือกซื้อผ้าม่าน A ไว้แล้ว แต่เมื่อมาอ่านรีวิวร้านค้าจะมีการลงข้อมูลต่าง ๆ ของผ้าม่านแต่ละประเภทให้เราได้ศึกษา เนื้อผ้า รูปแบบการใช้งาน การติดตั้ง เหมาะกับหน้าต่างแบบไหน ราคา ฯลฯ เราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้การเลือกซื้อผ้าม่านเข้าบ้านตอบโจทย์มากกว่าแบบ A ที่เลือกไว้ก็เป็นได้

การดูรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านย่อมทำให้เราได้รับคำตอบหลาย ๆ อย่างมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้การซื้อผ้าม่านเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ มีคุณภาพ ว่าแล้วก็เอาข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปบอกเพื่อนต่อดีกว่า ได้ข่าวว่าจะซื้อผ้าม่านพอดี ส่วนใครจะนำไปบอกญาติ บอกเพื่อน บอกแฟนต่อได้เลยนะ ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน