Posted on

เจ้าของบ้านต้องอ่าน! 4 เหตุผลที่ราคาผ้าม่านแต่ละร้านต่างกันมาก

เวลาจะเลือกซื้อผ้าม่านกันสักทีไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม เมื่อลองเทียบราคาดูแล้วบรรดาเจ้าของบ้านทั้งหลายคนเห็นคล้าย ๆ กันคือ ราคาจะแตกต่าง แม้เป็นผ้าม่านชนิดเดียวกันก็ตามที มีปัจจัยหลายอย่างที่บ่งบอกถึงเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องรู้เพื่อเอาไว้พิจารณาเลือกซื้ออย่างเหมาะสม นี่คือ 4 เหตุผลที่อยากบอกต่อ

4 เหตุผลทำให้ราคาผ้าม่านแต่ละร้านต่างกันมาก

 

  1. ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้มีราคาไม่เท่ากัน

แม้จะเป็นผู้ผลิตผ้าม่านเหมือน ๆ กัน แต่ต้องยอมรับว่าสายป่านของแต่ละเจ้าย่อมต่างออกไป บางคนเจอกับซัพพลายเออร์ที่ให้ราคาได้ต่ำ พวกเขาก็มีต้นทุนที่ต่ำ ราคาขายจึงไม่สูงมากนัก ขณะที่บางเจ้าแม้คุณภาพทัดเทียมแต่ด้วยต้นทุนด้านวัตถุดิบที่สูงกว่าจึงทำให้พวกเขาต้องทำราคาผ้าม่านสูงกว่าด้วยนั่นเอง

  1. ต้นทุนแรงงาน เครื่องจักร และอื่น ๆ

ไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนด้านวัตถุดิบอย่างเดียวที่ทำให้ผ้าม่านมีราคาไม่เท่ากัน แต่ยังมีต้นทุนด้านอื่น ๆ ที่ผู้จัดจำหน่ายต้องพิจารณาเพื่อตั้งราคาขายให้เหมาะสมด้วย เช่น ต้นทุนแรงงาน, เครื่องจักร, ค่าเช่าโรงงาน, การขนส่ง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นอีกประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้ เพราะราคาสินค้าไม่เท่ากันแต่คุณภาพแบบเดียวกัน หากเลือกซื้อได้ถูกกว่าย่อมคุ้มค่า

  1. การวางกำไรของแต่ละเจ้า

การวางผลกำไรของแต่ละเจ้าก็ถือเป็นอีกประเด็นที่ร้านผ้าม่านสร้างราคาการขายที่แตกต่างออกไป บางเจ้าใช้กลยุทธ์ที่มีราคาแพงมาพร้อมบริการหลังการขายแบบครบครัน แต่บางเจ้าเลือกขายเฉพาะราคาผ้าม่านล้วน ๆ แต่ถ้าต้องการบริการอื่น ๆ เช่น การวัดหน้างาน, การประเมินราคา ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเจ้าของบ้านต้องเปรียบเทียบว่าเลือกซื้อผ้าม่านแบบไหนจะเหมาะสมและประหยัดเงินมากที่สุด ในกรณีที่ตัวผ้าม่านเป็นแบบเดียวกัน

  1. ชื่อเสียงของแบรนด์ก็มีส่วน

อีกเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ราคาสินค้าต่างกันมากจริง ๆ คือ เรื่องของแบรนด์ เช่น บางเจ้าขายแบรนด์ต่างประเทศที่มีคุณภาพแบบเดียวกับแบรนด์ไทย แต่ด้วยชื่อเสียงที่เหนือกว่าจึงทำให้ตั้งราคาขายได้แพงกว่า เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงการเลือกซื้อผ้าม่านเรื่องของแบรนด์ก็เป็นหลักในการพิจารณาระดับหนึ่ง แต่ถ้าราคาต่างกันมากและคุณภาพไม่ได้หนีไปไกลจนเป็นผ้าม่านคนละเกรด บางทีอาจไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงเสมอไป

ทั้ง 4 ปัจจัยนี้เป็นเหตุผลที่บอกได้ชัดเจนถึงราคาผ้าม่านของแต่ละร้านที่มีความต่างกันมาก เจ้าของบ้านคนไหนที่กำลังเลือกซื้อแล้วสังเกตว่าราคาของร้านที่ตนเองเปรียบเทียบห่างกันพอสมควร ก็ต้องลองพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเข้าไปด้วยแล้วเลือกร้านที่คุ้มค่าที่สุด

  1. ได้อ่านความเห็นจริงจากลูกค้าคนก่อน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะได้เมื่ออ่านรีวิวผ้าม่านของร้านค้านั้น ๆ เลยก็คือได้อ่านความเห็นจริง ๆ จากลูกค้าคนก่อนที่ได้ซื้อไป ว่าหลังจากที่ได้ซื้อผ้าม่านไปแล้วสินค้าเป็นอย่างไร เหมือนได้ประสบการณ์จริงจากคนอื่นก่อน มาช่วยเราตัดสินได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะลูกค้าบางคนจะรีวิวตั้งแต่พูดคุยกับร้าน ไปจนถึงการส่งของ การติดตั้งช้าเร็วอีกด้วย

  1. ได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสียของผ้าม่าน

บางครั้งการมองเห็นแค่ตาเฉย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร การอ่านรีวิวจะช่วยให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวผ้าม่านแต่ละประเภท แบบนี้บางเหมาะกับบ้านที่ต้องการไอแดดจาง ๆ หรือแบบนี้มีการใช้ชักรอกดึงเปิด/ปิดง่ายแต่ข้อเสียเอาออกมาซักทำความสะอาดยาก เป็นต้น ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ดี มีคุณภาพ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรา

การอ่านรีวิวอย่างที่บอกจะได้รับความเห็นจริงจากลูกค้าหลาย ๆ คนที่ซื้อผ้าม่านไปใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้เราเชื่อถือร้านได้ว่าจะส่งของจริง ๆ หรือถ้ารีวิวผ้าม่านดี สวยเราก็จะเพิ่มความมั่นใจไปอีกว่าจะได้รับผ้าม่านที่ดี สวยถูกใจ มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอก ถูกโกง รวมทั้งได้รู้ถึงช่างที่มาติดตั้งให้ด้วยว่าทำงานดีหรือไม่แน่นอน

  1. ได้รู้ข้อมูลผ้าม่านครบถ้วน

บางครั้งเราตัดสินใจจะเลือกซื้อผ้าม่าน A ไว้แล้ว แต่เมื่อมาอ่านรีวิวร้านค้าจะมีการลงข้อมูลต่าง ๆ ของผ้าม่านแต่ละประเภทให้เราได้ศึกษา เนื้อผ้า รูปแบบการใช้งาน การติดตั้ง เหมาะกับหน้าต่างแบบไหน ราคา ฯลฯ เราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้การเลือกซื้อผ้าม่านเข้าบ้านตอบโจทย์มากกว่าแบบ A ที่เลือกไว้ก็เป็นได้

การดูรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านย่อมทำให้เราได้รับคำตอบหลาย ๆ อย่างมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้การซื้อผ้าม่านเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ มีคุณภาพ ว่าแล้วก็เอาข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปบอกเพื่อนต่อดีกว่า ได้ข่าวว่าจะซื้อผ้าม่านพอดี ส่วนใครจะนำไปบอกญาติ บอกเพื่อน บอกแฟนต่อได้เลยนะ ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน