Posted on

5 เทคนิคเลือก “ร้านม่าน” ให้ถูกต้อง โดนใจ เพราะต้องอยู่อาศัยไปอีกนาน

เมื่อผ้าม่านคืออีก 1 ไอเทมที่จำเป็นต้องติดตั้งไว้ในบ้านเพื่อความสวยงาม เป็นส่วนตัว และใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ การเลือก “ร้านม่าน” จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านทุกคนต้องคำนึงและพิจารณาให้ดีอยู่เสมอ ไม่ใช่แค่ร้านไหนก็ได้แต่ต้องเป็นร้านที่ได้มาตรฐาน คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป นี่จึงเป็น 5 เทคนิคดี ๆ ในการเลือกร้านม่านมาฝากกัน อย่าลืมว่าคุณยังต้องอยู่อาศัยบ้านหลังนี้ไปอีกนาน

5 เทคนิคเลือกร้านม่านให้ถูกต้อง โดนใจ

 

  1. มีแบบผ้าม่านให้เลือกหลากหลาย

เริ่มต้นง่าย ๆ ในการเลือกคือ ต้องมีแบบผ้าม่านให้เลือกที่หลากหลาย เช่น ผ้าม่านจีบ, ผ้าม่านลอน, ผ้าม่านพับ ฯลฯ รวมถึงควรมีสินค้าประเภทเดียวกันให้เลือกเพื่อเป็นไอเดียด้วย เช่น ม่านม้วน, มู่ลี่, ฉากกั้นห้อง, วอลเปเปอร์ติดผนัง ถ้าร้านมีสินค้าเยอะมันย่อมน่าเข้าไปเลือกดูอยู่แล้ว

  1. ผู้ขายให้คำแนะนำที่ดี

การได้รับคำแนะนำจากผู้ขายถือเป็นอีกการตัดสินใจที่ง่ายขึ้นว่าควรเลือกซื้อจากร้านม่านนี้หรือไม่ เพราะถ้าแนะนำได้ดี มีการอธิบายข้อมูลต่าง ๆ ชัดเจน ก็ช่วยให้เข้าใจและเลือกผ้าม่านได้ตรงความต้องการมากขึ้น แต่ถ้าร้านไหนไม่ค่อยแนะนำอะไรเลยแบบนี้เหมือนไม่อยากขายให้มากกว่า

  1. ลองดูรีวิวจากคนที่เคยใช้บริการ

รีวิวเป็นอีกสิ่งที่ช่วยให้มั่นใจว่า ร้านม่าน แห่งไหนมีคุณภาพดี โดนใจ ถ้ามีรีวิวที่ดีเท่ากับว่าน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง โดยต้องเป็นการดูภาพรวม อย่ามองแค่พอมีคำติแค่ 1 รีวิวก็ไม่เลือก เนื่องจากการให้บริการผู้คนที่หลากหลายย่อมมีทั้งชอบและไม่ชอบ ถ้าภาพรวมรีวิวดีแบบนี้ก็น่าใช้บริการ

  1. คุณภาพของสินค้า

อันนี้ถือว่าต้องพิจารณาอย่างมากเลย ในเมื่อคุณต้องอยู่อาศัยบ้านหลังนี้ไปอีกนาน คุณภาพของผ้าม่านจึงเป็นสิ่งที่ต้องเหมาะสมกับราคามากที่สุด หากคุณภาพดีแม้ราคาจะแพงไปอีกนิดแต่ยังไงก็คุ้มค่ามากกว่าการเลือกซื้อผ้าม่านราคาถูกเกินไป แต่คุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ

  1. บริการหลังการขาย

ท้ายที่สุดต้องพิจารณาเรื่องบริการหลังการขายด้วย เช่น ผ้าม่านติดตั้งไม่ดีมีการกลับมาแก้ไขให้ มีการติดตามงานเสมอ เป็นต้น เพราะการใช้บริการร้านผ้าม่านครั้งหนึ่งก็ต้องอยู่กันอีกยาว ๆ หากมีบริการหลังการขายที่ดีจะช่วยให้สบายใจ เวลาม่านมีปัญหาก็เรียกบริการได้ตลอด

เลือกร้านผ้าม่าน ศรีราชา ผ้าม่าน ชลบุรี ต้อง รัชนา ผ้าม่าน

หากลูกค้าที่กำลังมองหาผ้าม่าน ศรีราชา, ผ้าม่าน ชลบุรี, ผ้าม่าน บ่อวิน, ผ้าม่าน พัทยา ไม่ต้องเสียเวลาตัดสินใจให้ยุ่งยาก รัชนา ผ้าม่าน ร้านผ้าม่านราคาถูกคุณภาพสูง มีสินค้าให้เลือกหลากหลาย พร้อมบริการวัดหน้างาน ประเมินราคา ยินดีให้บริการ การันตีมาตรฐานที่คุณพึงพอใจ

4 เหตุผลทำให้ราคาผ้าม่านแต่ละร้านต่างกันมาก

 

  1. ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้มีราคาไม่เท่ากัน

แม้จะเป็นผู้ผลิตผ้าม่านเหมือน ๆ กัน แต่ต้องยอมรับว่าสายป่านของแต่ละเจ้าย่อมต่างออกไป บางคนเจอกับซัพพลายเออร์ที่ให้ราคาได้ต่ำ พวกเขาก็มีต้นทุนที่ต่ำ ราคาขายจึงไม่สูงมากนัก ขณะที่บางเจ้าแม้คุณภาพทัดเทียมแต่ด้วยต้นทุนด้านวัตถุดิบที่สูงกว่าจึงทำให้พวกเขาต้องทำราคาผ้าม่านสูงกว่าด้วยนั่นเอง

  1. ต้นทุนแรงงาน เครื่องจักร และอื่น ๆ

ไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนด้านวัตถุดิบอย่างเดียวที่ทำให้ผ้าม่านมีราคาไม่เท่ากัน แต่ยังมีต้นทุนด้านอื่น ๆ ที่ผู้จัดจำหน่ายต้องพิจารณาเพื่อตั้งราคาขายให้เหมาะสมด้วย เช่น ต้นทุนแรงงาน, เครื่องจักร, ค่าเช่าโรงงาน, การขนส่ง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นอีกประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้ เพราะราคาสินค้าไม่เท่ากันแต่คุณภาพแบบเดียวกัน หากเลือกซื้อได้ถูกกว่าย่อมคุ้มค่า

  1. การวางกำไรของแต่ละเจ้า

การวางผลกำไรของแต่ละเจ้าก็ถือเป็นอีกประเด็นที่ร้านผ้าม่านสร้างราคาการขายที่แตกต่างออกไป บางเจ้าใช้กลยุทธ์ที่มีราคาแพงมาพร้อมบริการหลังการขายแบบครบครัน แต่บางเจ้าเลือกขายเฉพาะราคาผ้าม่านล้วน ๆ แต่ถ้าต้องการบริการอื่น ๆ เช่น การวัดหน้างาน, การประเมินราคา ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเจ้าของบ้านต้องเปรียบเทียบว่าเลือกซื้อผ้าม่านแบบไหนจะเหมาะสมและประหยัดเงินมากที่สุด ในกรณีที่ตัวผ้าม่านเป็นแบบเดียวกัน

  1. ชื่อเสียงของแบรนด์ก็มีส่วน

อีกเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ราคาสินค้าต่างกันมากจริง ๆ คือ เรื่องของแบรนด์ เช่น บางเจ้าขายแบรนด์ต่างประเทศที่มีคุณภาพแบบเดียวกับแบรนด์ไทย แต่ด้วยชื่อเสียงที่เหนือกว่าจึงทำให้ตั้งราคาขายได้แพงกว่า เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงการเลือกซื้อผ้าม่านเรื่องของแบรนด์ก็เป็นหลักในการพิจารณาระดับหนึ่ง แต่ถ้าราคาต่างกันมากและคุณภาพไม่ได้หนีไปไกลจนเป็นผ้าม่านคนละเกรด บางทีอาจไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงเสมอไป

ทั้ง 4 ปัจจัยนี้เป็นเหตุผลที่บอกได้ชัดเจนถึงราคาผ้าม่านของแต่ละร้านที่มีความต่างกันมาก เจ้าของบ้านคนไหนที่กำลังเลือกซื้อแล้วสังเกตว่าราคาของร้านที่ตนเองเปรียบเทียบห่างกันพอสมควร ก็ต้องลองพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเข้าไปด้วยแล้วเลือกร้านที่คุ้มค่าที่สุด

  1. ได้อ่านความเห็นจริงจากลูกค้าคนก่อน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะได้เมื่ออ่านรีวิวผ้าม่านของร้านค้านั้น ๆ เลยก็คือได้อ่านความเห็นจริง ๆ จากลูกค้าคนก่อนที่ได้ซื้อไป ว่าหลังจากที่ได้ซื้อผ้าม่านไปแล้วสินค้าเป็นอย่างไร เหมือนได้ประสบการณ์จริงจากคนอื่นก่อน มาช่วยเราตัดสินได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะลูกค้าบางคนจะรีวิวตั้งแต่พูดคุยกับร้าน ไปจนถึงการส่งของ การติดตั้งช้าเร็วอีกด้วย

  1. ได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสียของผ้าม่าน

บางครั้งการมองเห็นแค่ตาเฉย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร การอ่านรีวิวจะช่วยให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวผ้าม่านแต่ละประเภท แบบนี้บางเหมาะกับบ้านที่ต้องการไอแดดจาง ๆ หรือแบบนี้มีการใช้ชักรอกดึงเปิด/ปิดง่ายแต่ข้อเสียเอาออกมาซักทำความสะอาดยาก เป็นต้น ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ดี มีคุณภาพ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรา

การอ่านรีวิวอย่างที่บอกจะได้รับความเห็นจริงจากลูกค้าหลาย ๆ คนที่ซื้อผ้าม่านไปใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้เราเชื่อถือร้านได้ว่าจะส่งของจริง ๆ หรือถ้ารีวิวผ้าม่านดี สวยเราก็จะเพิ่มความมั่นใจไปอีกว่าจะได้รับผ้าม่านที่ดี สวยถูกใจ มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอก ถูกโกง รวมทั้งได้รู้ถึงช่างที่มาติดตั้งให้ด้วยว่าทำงานดีหรือไม่แน่นอน

  1. ได้รู้ข้อมูลผ้าม่านครบถ้วน

บางครั้งเราตัดสินใจจะเลือกซื้อผ้าม่าน A ไว้แล้ว แต่เมื่อมาอ่านรีวิวร้านค้าจะมีการลงข้อมูลต่าง ๆ ของผ้าม่านแต่ละประเภทให้เราได้ศึกษา เนื้อผ้า รูปแบบการใช้งาน การติดตั้ง เหมาะกับหน้าต่างแบบไหน ราคา ฯลฯ เราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้การเลือกซื้อผ้าม่านเข้าบ้านตอบโจทย์มากกว่าแบบ A ที่เลือกไว้ก็เป็นได้

การดูรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านย่อมทำให้เราได้รับคำตอบหลาย ๆ อย่างมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้การซื้อผ้าม่านเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ มีคุณภาพ ว่าแล้วก็เอาข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปบอกเพื่อนต่อดีกว่า ได้ข่าวว่าจะซื้อผ้าม่านพอดี ส่วนใครจะนำไปบอกญาติ บอกเพื่อน บอกแฟนต่อได้เลยนะ ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน

Posted on

เจ้าของบ้านต้องอ่าน! 4 เหตุผลที่ราคาผ้าม่านแต่ละร้านต่างกันมาก

เวลาจะเลือกซื้อผ้าม่านกันสักทีไม่ว่าจะเป็นประเภทใดก็ตาม เมื่อลองเทียบราคาดูแล้วบรรดาเจ้าของบ้านทั้งหลายคนเห็นคล้าย ๆ กันคือ ราคาจะแตกต่าง แม้เป็นผ้าม่านชนิดเดียวกันก็ตามที มีปัจจัยหลายอย่างที่บ่งบอกถึงเรื่องเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี และเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านต้องรู้เพื่อเอาไว้พิจารณาเลือกซื้ออย่างเหมาะสม นี่คือ 4 เหตุผลที่อยากบอกต่อ

4 เหตุผลทำให้ราคาผ้าม่านแต่ละร้านต่างกันมาก

 

  1. ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้มีราคาไม่เท่ากัน

แม้จะเป็นผู้ผลิตผ้าม่านเหมือน ๆ กัน แต่ต้องยอมรับว่าสายป่านของแต่ละเจ้าย่อมต่างออกไป บางคนเจอกับซัพพลายเออร์ที่ให้ราคาได้ต่ำ พวกเขาก็มีต้นทุนที่ต่ำ ราคาขายจึงไม่สูงมากนัก ขณะที่บางเจ้าแม้คุณภาพทัดเทียมแต่ด้วยต้นทุนด้านวัตถุดิบที่สูงกว่าจึงทำให้พวกเขาต้องทำราคาผ้าม่านสูงกว่าด้วยนั่นเอง

  1. ต้นทุนแรงงาน เครื่องจักร และอื่น ๆ

ไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนด้านวัตถุดิบอย่างเดียวที่ทำให้ผ้าม่านมีราคาไม่เท่ากัน แต่ยังมีต้นทุนด้านอื่น ๆ ที่ผู้จัดจำหน่ายต้องพิจารณาเพื่อตั้งราคาขายให้เหมาะสมด้วย เช่น ต้นทุนแรงงาน, เครื่องจักร, ค่าเช่าโรงงาน, การขนส่ง ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นอีกประเด็นที่เจ้าของบ้านต้องรู้ เพราะราคาสินค้าไม่เท่ากันแต่คุณภาพแบบเดียวกัน หากเลือกซื้อได้ถูกกว่าย่อมคุ้มค่า

  1. การวางกำไรของแต่ละเจ้า

การวางผลกำไรของแต่ละเจ้าก็ถือเป็นอีกประเด็นที่ร้านผ้าม่านสร้างราคาการขายที่แตกต่างออกไป บางเจ้าใช้กลยุทธ์ที่มีราคาแพงมาพร้อมบริการหลังการขายแบบครบครัน แต่บางเจ้าเลือกขายเฉพาะราคาผ้าม่านล้วน ๆ แต่ถ้าต้องการบริการอื่น ๆ เช่น การวัดหน้างาน, การประเมินราคา ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเจ้าของบ้านต้องเปรียบเทียบว่าเลือกซื้อผ้าม่านแบบไหนจะเหมาะสมและประหยัดเงินมากที่สุด ในกรณีที่ตัวผ้าม่านเป็นแบบเดียวกัน

  1. ชื่อเสียงของแบรนด์ก็มีส่วน

อีกเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าทำให้ราคาสินค้าต่างกันมากจริง ๆ คือ เรื่องของแบรนด์ เช่น บางเจ้าขายแบรนด์ต่างประเทศที่มีคุณภาพแบบเดียวกับแบรนด์ไทย แต่ด้วยชื่อเสียงที่เหนือกว่าจึงทำให้ตั้งราคาขายได้แพงกว่า เป็นต้น ซึ่งในความเป็นจริงการเลือกซื้อผ้าม่านเรื่องของแบรนด์ก็เป็นหลักในการพิจารณาระดับหนึ่ง แต่ถ้าราคาต่างกันมากและคุณภาพไม่ได้หนีไปไกลจนเป็นผ้าม่านคนละเกรด บางทีอาจไม่จำเป็นต้องซื้อของแพงเสมอไป

ทั้ง 4 ปัจจัยนี้เป็นเหตุผลที่บอกได้ชัดเจนถึงราคาผ้าม่านของแต่ละร้านที่มีความต่างกันมาก เจ้าของบ้านคนไหนที่กำลังเลือกซื้อแล้วสังเกตว่าราคาของร้านที่ตนเองเปรียบเทียบห่างกันพอสมควร ก็ต้องลองพิจารณาปัจจัยดังกล่าวเข้าไปด้วยแล้วเลือกร้านที่คุ้มค่าที่สุด

  1. ได้อ่านความเห็นจริงจากลูกค้าคนก่อน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะได้เมื่ออ่านรีวิวผ้าม่านของร้านค้านั้น ๆ เลยก็คือได้อ่านความเห็นจริง ๆ จากลูกค้าคนก่อนที่ได้ซื้อไป ว่าหลังจากที่ได้ซื้อผ้าม่านไปแล้วสินค้าเป็นอย่างไร เหมือนได้ประสบการณ์จริงจากคนอื่นก่อน มาช่วยเราตัดสินได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะลูกค้าบางคนจะรีวิวตั้งแต่พูดคุยกับร้าน ไปจนถึงการส่งของ การติดตั้งช้าเร็วอีกด้วย

  1. ได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสียของผ้าม่าน

บางครั้งการมองเห็นแค่ตาเฉย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร การอ่านรีวิวจะช่วยให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวผ้าม่านแต่ละประเภท แบบนี้บางเหมาะกับบ้านที่ต้องการไอแดดจาง ๆ หรือแบบนี้มีการใช้ชักรอกดึงเปิด/ปิดง่ายแต่ข้อเสียเอาออกมาซักทำความสะอาดยาก เป็นต้น ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ดี มีคุณภาพ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรา

การอ่านรีวิวอย่างที่บอกจะได้รับความเห็นจริงจากลูกค้าหลาย ๆ คนที่ซื้อผ้าม่านไปใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้เราเชื่อถือร้านได้ว่าจะส่งของจริง ๆ หรือถ้ารีวิวผ้าม่านดี สวยเราก็จะเพิ่มความมั่นใจไปอีกว่าจะได้รับผ้าม่านที่ดี สวยถูกใจ มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอก ถูกโกง รวมทั้งได้รู้ถึงช่างที่มาติดตั้งให้ด้วยว่าทำงานดีหรือไม่แน่นอน

  1. ได้รู้ข้อมูลผ้าม่านครบถ้วน

บางครั้งเราตัดสินใจจะเลือกซื้อผ้าม่าน A ไว้แล้ว แต่เมื่อมาอ่านรีวิวร้านค้าจะมีการลงข้อมูลต่าง ๆ ของผ้าม่านแต่ละประเภทให้เราได้ศึกษา เนื้อผ้า รูปแบบการใช้งาน การติดตั้ง เหมาะกับหน้าต่างแบบไหน ราคา ฯลฯ เราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้การเลือกซื้อผ้าม่านเข้าบ้านตอบโจทย์มากกว่าแบบ A ที่เลือกไว้ก็เป็นได้

การดูรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านย่อมทำให้เราได้รับคำตอบหลาย ๆ อย่างมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้การซื้อผ้าม่านเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ มีคุณภาพ ว่าแล้วก็เอาข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปบอกเพื่อนต่อดีกว่า ได้ข่าวว่าจะซื้อผ้าม่านพอดี ส่วนใครจะนำไปบอกญาติ บอกเพื่อน บอกแฟนต่อได้เลยนะ ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน

Posted on

ทำไมเจ้าของบ้านจึงต้องอ่าน “รีวิว” ก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่าน

“จะซื้อผ้าม่านทั้งทีอย่าลืมดูรีวิวล่ะ” เชื่อว่าเจ้าของบ้านหลายคนก่อนที่จะทำการเลือกซื้อผ้าม่านสิ่งจำเป็นในบ้านได้นั้นต้องมีคนทักเสมอว่าให้ดูรีวิวก่อนซื้อ อย่าลืมเชียวล่ะ จนบางครั้งอาจเกิดความสงสัยว่าทำไมต้องมานั่งดูรีวิวก่อนซื้อด้วย ซื้อเลยปุบปับจะได้ได้รับของ ติดตั้งไว ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ ซึ่งในบทความนี้จะมาเปิดคำตอบ ทำไมเจ้าของบ้านจึงต้องอ่าน “รีวิว” ก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านกันด้วย

  1. ได้อ่านความเห็นจริงจากลูกค้าคนก่อน

สิ่งแรกที่เจ้าของบ้านจะได้เมื่ออ่านรีวิวผ้าม่านของร้านค้านั้น ๆ เลยก็คือได้อ่านความเห็นจริง ๆ จากลูกค้าคนก่อนที่ได้ซื้อไป ว่าหลังจากที่ได้ซื้อผ้าม่านไปแล้วสินค้าเป็นอย่างไร เหมือนได้ประสบการณ์จริงจากคนอื่นก่อน มาช่วยเราตัดสินได้ว่าจะซื้อดีหรือไม่ เพราะลูกค้าบางคนจะรีวิวตั้งแต่พูดคุยกับร้าน ไปจนถึงการส่งของ การติดตั้งช้าเร็วอีกด้วย

  1. ได้รู้ถึงข้อดี-ข้อเสียของผ้าม่าน

บางครั้งการมองเห็นแค่ตาเฉย ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าคุณภาพเป็นอย่างไร การอ่านรีวิวจะช่วยให้เห็นถึงข้อดี-ข้อเสียของตัวผ้าม่านแต่ละประเภท แบบนี้บางเหมาะกับบ้านที่ต้องการไอแดดจาง ๆ หรือแบบนี้มีการใช้ชักรอกดึงเปิด/ปิดง่ายแต่ข้อเสียเอาออกมาซักทำความสะอาดยาก เป็นต้น ช่วยให้เราเลือกใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ ดี มีคุณภาพ

  1. สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเรา

การอ่านรีวิวอย่างที่บอกจะได้รับความเห็นจริงจากลูกค้าหลาย ๆ คนที่ซื้อผ้าม่านไปใช้งานแล้ว ซึ่งทำให้เราเชื่อถือร้านได้ว่าจะส่งของจริง ๆ หรือถ้ารีวิวผ้าม่านดี สวยเราก็จะเพิ่มความมั่นใจไปอีกว่าจะได้รับผ้าม่านที่ดี สวยถูกใจ มีคุณภาพ ไม่ถูกหลอก ถูกโกง รวมทั้งได้รู้ถึงช่างที่มาติดตั้งให้ด้วยว่าทำงานดีหรือไม่แน่นอน

  1. ได้รู้ข้อมูลผ้าม่านครบถ้วน

บางครั้งเราตัดสินใจจะเลือกซื้อผ้าม่าน A ไว้แล้ว แต่เมื่อมาอ่านรีวิวร้านค้าจะมีการลงข้อมูลต่าง ๆ ของผ้าม่านแต่ละประเภทให้เราได้ศึกษา เนื้อผ้า รูปแบบการใช้งาน การติดตั้ง เหมาะกับหน้าต่างแบบไหน ราคา ฯลฯ เราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้การเลือกซื้อผ้าม่านเข้าบ้านตอบโจทย์มากกว่าแบบ A ที่เลือกไว้ก็เป็นได้

การดูรีวิวก่อนตัดสินใจซื้อผ้าม่านย่อมทำให้เราได้รับคำตอบหลาย ๆ อย่างมากกว่าที่คิดไว้ ช่วยให้การซื้อผ้าม่านเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ใช้งานได้อย่างตอบโจทย์ มีคุณภาพ ว่าแล้วก็เอาข้อมูลดี ๆ เหล่านี้ไปบอกเพื่อนต่อดีกว่า ได้ข่าวว่าจะซื้อผ้าม่านพอดี ส่วนใครจะนำไปบอกญาติ บอกเพื่อน บอกแฟนต่อได้เลยนะ ยินดีให้เผยแพร่ต่อได้

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน

Posted on

เลือกคุณภาพผ้าราคาถูกเกินไปก็ไม่ดี แพงเกินไปก็ไม่ดี

อย่างที่ทราบกันดีว่าบ้านไหนมีหน้าต่างแล้วจะไม่มีผ้าม่านก็กระไรอยู่ ซึ่งผ้าม่านที่วางขายกันอยู่นั้นมีเนื้อผ้าที่ต่างกันออกไป แน่นอนว่าราคาก็ต่างกันออกไปด้วยเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นคุณภาพของผ้าก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ เพราะบางครั้ง บางร้านเนื้อผ้ามีราคาถูกเกินไปคุณภาพไม่ดีก็มี หรือในทางกลับกันเนื้อผ้ามีราคาแพงเกินไปคุณภาพก็ยังไม่ดีด้วย แล้วแบบไหนถึงจะเป็นการเลือกเนื้อผ้าของม่านให้ได้คุณภาพจริง ๆ

การเลือกเนื้อผ้าของม่านนั้นควรดูตามความต้องการของเราจริง ๆ จะราคาไหนก็ไม่สำคัญ เพราะแต่ละเนื้อผ้ามีคุณภาพที่ต่างกันออกไป บางร้านอาจจะขายถูก บางร้านอาจจะขายแพงทั้งที่เป็นเนื้อผ้าเดียวกัน โดยเนื้อผ้าของม่านมีด้วยกัน 3 ประเภท ได้แก่

  1. ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน

ม่านเนื้อผ้ามาตรฐาน หรือในอีกชื่อว่า ม่านแสงผ่านได้ ถือเป็นผ้าที่นิยมใช้งานมาก ลักษณะผ้าทำจาก Cotton ใยผ้าธรรมชาติ ซึ่งแสงสามารถผ่านผ้าม่านมาได้มากประมาณร้อยละ 30-40 เลยทีเดียว เหมาะกับทุก ๆ ห้องที่ต้องการบังแสงและสายตานอกบ้านระดับหนึ่งเท่านั้น คือทำให้ห้องสว่างอยู่แต่ไม่ถึงกับแสบตา ทั้งนี้ ยังสามรถเลือกลวดลายบนผ้าได้ด้วย ยิ่งมีลายก็จะยิ่งกันแสงแต่จะว่าไปก็ไม่เทียมเท่าม่านแบบกันแสงโดยตรงไปได้

  1. ม่านเนื้อผ้ากันแสง

ม่านเนื้อผ้ากันเสง หรือมีอีกชื่อเรียกเช่นกันว่า ม่านทึบแสง แน่นอนว่าตามชื่อเรียกคือแสงจลอดทะลุผ่านข้ามาน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่ได้เลยล่ะ โดยลักษณะเนื้อผ้ามีหลายแบบ เช่น PVC หรือ Polyester Polymer ที่เป็นผ้าใยสังเคราะห์ผสม (ส่วนใหญ่ใช้แบบ Polyester Polymer) ส่วนใหญ่ใช้กับบ้านที่ต้องการป้องกันแสงแดดและรังสียูวีส่องเข้ามาได้ร้อยละ 100 เลยทีเดียว เหมาะกับบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ พื้นไม้ปาเก้ หรือมีพรมปูพื้นช่วยให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ที่สำคัญม่านกันแสงบางชนิดยังช่วยป้องกันการลามไฟได้ด้วย

  1. ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง

ม่านเนื้อผ้าโปร่งแสง หรืออีกชื่อม่านมองวิว ลักษณะเนื้อผ้าทำจากใยสังเคราะห์ เช่น Polyester เป็นผ้าที่บางสุดในบรรดาเนื้อผ้าของม่าน โดยแสงสามารถลอดทะลุผ่านมาได้ประมาณร้อยละ 50-70 ถือว่าเยอะมาก ๆ การใช้งานจึงเน้นไปที่บริเวณที่ต้องการมองวิวนอกบ้าน แต่ก็อยากจะยังให้เห็นแสงรำไร ๆ อย่าง ห้องนั่งเล่น หรือร้านอาหารตามโรงแรมก็มีม่านเนื้อผ้านี้ด้วยเช่นกัน ช่วยให้ความรู้สึกโปร่งโล่ง พลางสายตา

ในการซื้อผ้าม่านควรถามราคาผ้าให้แน่ใจ รวมถึงวัดขนาดหน้าต่างให้ครบถ้วน ถูกต้องด้วย เพื่อให้การติดตั้งเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้งานได้อย่างสบายใจ ได้คุณภาพทั้งผ้าและการใช้งาน

Posted on

ลูกค้าต้องการความจริง มากกว่าต้องการการถูกตามใจในการแนะนำผ้าม่าน

“หน้าต่าง” ถือเป็นส่วนประกอบของบ้านที่มีความสำคัญ ซึ่งสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมีหน้าต่างแล้วก็คือผ้าม่าน ตัวช่วยบดบังสายตาผู้คน บดบังแสงสะท้อนจากภายนอกบ้านเข้ามา ฯลฯ แต่ถึงกระนั้นการเลือกซื้อผ้าม่านจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้ขาย และเพื่อให้ได้ผ้าม่านที่มีประสิทธิภาพที่สุด ในการแนะนำแต่ละครั้งจึงควรบอกความจริงมากกว่าตามใจลูกค้า เพราะอย่างน้อยผู้ขายคือผู้ที่รอบรู้และพึ่งพาได้สำหรับลูกค้าเสมอ

ในการเลือกผ้าม่านใช้งานในบ้านควรเลือกตามความเหมาะสม ตามความต้องการใช้มากกว่าตามใจตัวเอง โดยผ้าม่านที่เห็นแต่ละรูปแบบมีการทำงานต่างกัน และวันนี้เราจะขอพาทุกๆ คนไปดูความจริงของแต่ละผ้าม่านเอง

  1. ม่านพับ

ม่านพับจะมีลักษณะเหมือนชื่อคือเป็นชั้น ๆ พับเรียงซ้อนกันมีรอกดึงเปิด-ปิดม่าน เหมาะกับบ้านที่มีหน้าต่างเป็ฯแนวตั้งหลายบานติดกัน ช่วยประหยัดพื้นที่ แต่ที่ต้องระวังคือเป็นผ้าที่บางเบากันแสงได้น้อย ควรวัดความยาวและความกว้างของหน้าต่างให้พอดีไม่อย่างนั้นแสงลอดเข้ามารบกวนได้ ที่สำคัญต้องหมั่นดูแลตัวชักรอกด้วย ถ้าชำรุดขึ้นมาล่ะใช้งานยากแน่

  1. ม่านจีบ

ม่านจีบจะมีลักษณะเป็นจีบ ๆ ระยะห่างเท่ากัน สวยงามอยู่ที่บริเวณผ้าด้านบน โดยจะต้องนำไปแขวนบนรางม่าน มีรางแยกจากกันได้ทำให้สามารถติดม่านกรองแสงด้านหน้าอีกทีได้ ใครอยากให้บ้านดูแพงเลือกม่านจีบได้ แต่ที่ต้องระวังคือตัวม่านจะมีฝุ่นได้เยอะเพราะเป็นแบบจีบ จะถอดล้างหรือประกอบกลับไปก็ยากลำบากด้วย

  1. ม่านตาไก่

เรียกได้ว่าเป็นม่านที่นิยมใช้งานขั้นสุด ด้านบนม่านจะเป็นรู ๆ ให้ราวได้สอดเข้ายึดม่านได้ อายุการใช้งานนานที่สุด แข็งแรงทนทาน ซักล้างถอดประกอบง่าย สามารถเลื่อนปิดได้ดี ไหลลื่น แต่ที่ต้องระวังคือจะไม่เหมาะกับหน้าต่างสูงเลื่อนเปิด-ปิดค่อนข้างลำบาก ต้องมาคอยจัดให้สวยงามไม่เหมือนม่านจีบ

  1. ม่านม้วน

ลักษณะเป็นชั้นเหมือนม่านพับ แต่จะต่างตรงการทำงานที่จะเป็นการม้วนขึ้นและลงผ่านชักรอก ม้วนเก็บด้านบนเป็นขด ติดตั้งง่าย ประหยัดพื้นที่ ห้องดูโล่งโปร่งสบาย นิยมใช้กับห้องที่มีกระจกเยอะ ปิดตาย แต่ที่ต้องระวังคือถ้าเลอะจะยากต่อการซักเพราะไม่สามารถถอดออกได้ และต้องวัดขนาดหน้าต่างให้พอดีไม่อย่างนั้นแสงลอดเข้ามารบกวน

และทั้งหมดนี้ก็คือความจริงของผ้าม่านแต่ละรูปแบบที่ผู้ขายส่วนใหญ่ควรแนะนำให้กับลูกค้าที่มาเลือกซื้อผ้าม่าน ช่วยให้ลูกค้าได้ใช้งานผ้าม่านได้อย่างตอบโจทย์ มีประสิทธิภาพ เหมาะกับบ้านที่แตกต่างกันออกไป

Posted on

5 ปัจจัยที่บอกว่าทีมงานมืออาชีพ มีความสำคัญต่อการติดตั้งผ้าม่าน

ในการติดตั้งผ้าม่านให้กับหน้าต่างคนจำนวนไม่น้อยอาจมองข้ามเรื่องนี้ไป นั่นหมายความว่าบางคนอาจจะติดตั้งเองเพราะกลัวเรื่องงบที่เพิ่มขึ้น หรืออาจจะจ้างคนรู้จักมาช่วยติดตั้งซึ่งก็ยังไม่ใช่ทีมงานมืออาชีพพอ ทั้งที่จริงการติดตั้งผ้าม่านค่อนข้างสำคัญมาก และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ทีมงานมืออาชีพ แต่สำหรับใครที่ถามหาเหตุผลว่าทำไมต้องใช้ด้วย วันนี้จึงจะพาไปดู 5 ปัจจัยที่บอกว่าทีมงานมืออาชีพ มีความสำคัญต่อการติดตั้งผ้าม่าน

  1. คุณภาพหลังการติดตั้ง

หากเจ้าของบ้านใช้ทีมงานมืออาชีพในการมาช่วยติดตั้งผ้าม่านคุณจะมั่นใจเลยว่าผ้าม่านที่ติดตั้งเสร็จจะได้คุณภาพอย่างแน่นอน เพราะว่าทีมงานมืออาชีพจะรู้ว่าผ้าม่านแบบไหนควรติดตั้งอย่างไร อย่างที่ทราบว่าผ้าม่านมีหลากหลายรูปแบบ การติดตั้งก็จะต่างกันนั่นเอง

  1. เสร็จตรงต่อเวลาตามที่ตกลงไว้

การที่เจ้าของบ้านใช้ทีมงานมืออาชีพซึ่งทีมงานเหล่านี้จะมีทักษะ ความสามารถ รู้รอบอยู่แล้วว่าควรจะติดตั้งผ้าม่านให้เป็นไปอย่างไร ก็จะทำให้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งศึกษาขั้นตอนการติดตั้ง ช่วยให้คุณได้ผ้าม่านใช้งานได้อย่างรวดเร็ว บอกเสร็จวันนี้ก็เสร็จเลย ไม่ลีลาต้องรอ พูดง่าย ๆ ว่าเสร็จตรงต่อเวลาตามที่ตกลงไว้

  1. ราคาเหมาะสม

หลายคนอาจคิดว่าการจ้างทีมงานมืออาชีพมาติดตั้งจะมีราคาสูงเพราะคำว่ามืออาชีพ ซึ่งจริง ๆ แล้วการใช้ทีมงานมืออาชีพเราต่างหากที่จะได้ราคาเหมาะสม เป็นไปตามม่านที่ติดตั้งหลาย ๆ รูปแบบ ราคาก็จะต่างกัน แต่ดีกว่าไปจ้างคนอื่น ๆ ที่อาจจะติดตั้งไม่ได้คุณภาพด้วยแถมยังให้ราคาสูงกว่าทีมงานมืออาชีพอีกด้วย

  1. มั่นใจ ปลอดภัยตลอดการใช้งาน

แน่นอนว่าการให้ทีมงานมืออาชีพมาติดตั้งผ้าม่านจะทำให้เจ้าของบ้านมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยตลอดการใช้งาน เพราะทีมงานที่มาติดตั้งผ้าม่านนั้นจะมีเครื่องมือ มีอุปกรณ์ช่างที่แข็งแรง เหมาะสมตรงตามการใช้งาน ทำให้ม่านที่ติดตั้งคงทน ไม่ชำรุดร่วงลงมาเมื่อเราเปิด – ปิด แน่นอน

  1. ได้คำแนะนำดี ๆ ส่งเสริมการใช้งาน

ทีมงานมืออาชีพที่มาติดตั้งผ้าม่านให้กับบ้านนั้นจะค่อนข้างมีความรู้ในการใช้งานแทบทุกรูปแบบเลยก็ว่าได้ ดังนั้น หลังจากที่ทีมงานได้ติดตั้งหลังเราเสร็จเรียบร้อยแล้ว ย่อมมีคำแนะนำดี ๆ ส่งเสริมการใช้งานต่อไปได้อย่างถูกต้อง เผลอ ๆ แนะนำเรื่องการดูแลรักษา ทำความสะอาดให้อีกด้วย

ปัจจัยทั้ง 5 นี้ช่วยบ่งบอกได้เลยว่าทีมงานมืออาชีพ มีความสำคัญต่อการติดตั้งผ้าม่านจริง ๆ ใครที่กำลังเข้าใจผิดเกี่ยวกับทีมงานมืออาชีพโดยเฉพาะเรื่องราคาอยู่ให้ปรับเปลี่ยนความคิดได้เลย เพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปแล้ว ดีเสียอีกไม่ต้องมากังวลเรื่องคุณภาพ ความปลอดภัยในการใช้งาน